ความวิตกกังวลและความเครียด · นิสัยและการดูแลตัวเอง
เบิร์นเอาท์หรือซึมเศร้า ดูยังไงว่าเราเป็นแบบไหน
เบิร์นเอาท์กับซึมเศร้าทับซ้อนกันมากกว่าที่คิด มาดูสัญญาณที่สังเกตได้จากชีวิตแต่ละสัปดาห์ของตัวเอง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปหาหมอ
เขียนโดยทีมบรรณาธิการของ Sojiwa โดยมี AI ช่วย ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

คำตอบสั้น ๆ: WHO ใช้คำว่าเบิร์นเอาท์กับความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเย็นชาต่องานที่มาจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานเท่านั้น คำนี้จึงผูกอยู่กับงาน ส่วนซึมเศร้ามักตามไปถึงวันหยุดและสิ่งที่เคยชอบ สองอย่างนี้ทับซ้อนกันเยอะมาก ถ้าความรู้สึกหดหู่อยู่นานสองสัปดาห์ขึ้นไป หรือเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์
ในบทความนี้
Renzo Bianchi นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องเบิร์นเอาท์ เขียนงานทบทวนร่วมกับทีม และพูดถึงงานวิจัยหนึ่งที่เก็บข้อมูลครูในฝรั่งเศส 5,575 คน ในกลุ่มครูที่ถูกจัดว่าเบิร์นเอาท์ มีถึง 90% ที่เข้าเกณฑ์ซึมเศร้าเบื้องต้นจากแบบสอบถามมาตรฐานด้วย
เบิร์นเอาท์อยู่ที่งาน แต่ซึมเศร้าตามกลับบ้าน
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดเบิร์นเอาท์ไว้ในบัญชีจำแนกโรคก็จริง แต่ระบุว่าเป็นปรากฏการณ์จากการทำงาน ไม่ใช่โรค ตามนิยามนี้ คำว่าเบิร์นเอาท์ใช้กับเรื่องงานเท่านั้น คือหมดแรง รู้สึกห่างเหินหรือเย็นชากับงานมากขึ้นเรื่อย ๆ และรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม
พูดง่าย ๆ เบิร์นเอาท์ในความหมายของ WHO มีขอบเขตชัด งานอยู่ตรงไหน มันก็อยู่ตรงนั้น
ลองนึกถึงอะไรสักอย่างที่เคยชอบและไม่เกี่ยวกับงานเลย เช่น ทำกับข้าวเลี้ยงเพื่อน ตีแบดทุกสัปดาห์ หรือซีรีส์ที่เคยรอดูแทบไม่ไหว ถ้างานดูไร้ความหมาย แต่เรื่องพวกนี้ยังทำแล้วสนุกอยู่ ความหนักส่วนใหญ่ก็น่าจะอยู่ที่งาน แต่ถ้าเรื่องพวกนี้จืดชืดไปหมดแล้ว คำว่าเบิร์นเอาท์อาจอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้ว
ได้พักแล้วยังไม่ดีขึ้น บอกอะไรเราได้บ้าง
การพักช่วยฟื้นความเหนื่อยจากงานหนักได้ แต่ช่วยให้ซึมเศร้าดีขึ้นไม่ได้เสมอไป ความรู้สึกตอนได้หยุดจึงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์
ลองย้อนนึกถึงวันหยุดจริง ๆ ไม่กี่ครั้งล่าสุด พอวันที่สองหรือสาม เรากลับมารู้สึกเป็นตัวเองไหม ถึงจะกลับมาหนักอีกพอเริ่มทำงานก็ตาม หรือนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน รู้สึกเฉยชาเหมือนเดิม แล้วกลับไปทำงานโดยไม่ได้เบาลงเลย
ถ้าเป็นแบบหลัง อย่าหวังว่าหยุดยาวรอบหน้าจะแก้ได้ Bianchi และทีมมองว่าในเมื่อสองอย่างนี้ทับซ้อนกันมาก สิ่งที่ควรเช็กคือซึมเศร้า ซึ่งต่างจากเบิร์นเอาท์ตรงที่มีเกณฑ์ชัดเจน และมีวิธีประเมินที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว
บางทีคนรอบตัวเห็นก่อนเรา
NHS (ระบบสาธารณสุขของอังกฤษ) บอกว่ารู้สึกแย่เป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหดหู่นานสองสัปดาห์ขึ้นไป หรือเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของซึมเศร้า สองสัปดาห์สั้นกว่าที่หลายคนคิด คนที่เหนื่อยหลายคนนับกันเป็นเดือนแล้วด้วยซ้ำ
NHS ยังบอกอีกว่าซึมเศร้าค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา เจ้าตัวมักไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป คนที่เห็นก่อนมักเป็นแฟน เพื่อน หรือคนในครอบครัว
สัญญาณแรก ๆ อาจโผล่มาจากท่าทีของคนอื่น เช่น มีคนถามว่าโอเคไหมมากกว่าหนึ่งครั้ง หรือเพิ่งรู้ตัวว่าเลิกตอบกลุ่ม LINE ที่เคยชอบคุยไปนานแล้ว บางสัญญาณซ่อนอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ อาหารที่เคยชอบกินแล้วไม่มีรสชาติ แค่เลือกว่าเย็นนี้จะกินอะไรยังรู้สึกหนัก หรือหงุดหงิดใส่คนที่รักเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ส่วนความคิดว่าชีวิตไม่มีค่าพอจะอยู่ หรือคนอื่นคงดีกว่าถ้าไม่มีเรา ไม่ใช่ความเครียดจากงานธรรมดาแน่นอน
ควรคุยกับใคร แล้วไปหาหมอครั้งแรกเป็นยังไง
ถ้าหดหู่มาสองสัปดาห์ขึ้นไป หรือกระทบงาน การนอน หรือความสัมพันธ์ ควรไปพบแพทย์ เริ่มจากหมอทั่วไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้านก็ได้ อีกทางคือนักให้คำปรึกษา หลายบริษัทและมหาวิทยาลัยมีบริการให้ใช้ฟรี
นัดแรกส่วนใหญ่ก็คือการคุยกัน หมอจะถามว่าช่วงนี้รู้สึกยังไง เป็นมานานแค่ไหน นอน กิน และมีแรงแค่ไหน และเป็นแค่เรื่องงานหรือเป็นทุกเรื่อง อาจมีแบบสอบถามสั้น ๆ ให้ทำด้วย ถ้าเป็นคนเข้าห้องแล้วชอบนึกอะไรไม่ออก ลองพิมพ์ตัวอย่างจริงสักสองสามเรื่องเก็บไว้ในมือถือก่อนไป
ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ไม่ต้องรอนัด เข้าไปที่ findahelpline.com เพื่อหาสายด่วนฟรีที่เป็นความลับในประเทศของเรา หรือติดต่อหน่วยฉุกเฉินใกล้บ้านได้เลย
ลองทำวันนี้
เลือกสิ่งหนึ่งนอกเรื่องงานที่เคยรอคอยจะได้ทำ แล้วเขียนถึงครั้งล่าสุดที่ได้ทำมัน
เคยชอบทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานเลย แล้วครั้งล่าสุดที่ทำ รู้สึกยังไง
เขียนถึงช่วงเวลาที่เจาะจงสักครั้ง แทนการเขียนถึงอารมณ์โดยรวม จะช่วยให้เห็นว่าความหนักหยุดอยู่แค่ที่งาน หรือตามเรากลับมาถึงบ้านแล้ว
ให้ความกังวลของวันนี้ได้มีที่พัก
เขียนลงใน Sojiwa แล้วรับคำสะท้อนที่อ่อนโยนจาก AI เมื่อคุณพร้อม
พอเขียนใน Sojiwa ไปได้หลาย ๆ วัน ลองกด "วิเคราะห์บันทึก" ดู (ใช้โทเคนนิดหน่อย) ในรายงานจะมีส่วน "สิ่งที่เราสังเกตเห็น" ที่ขึ้นต้นด้วยวันที่และคำพูดของเราเองไม่กี่คำ ทำให้เห็นว่าวันที่แย่ ๆ กองรวมอยู่ช่วงทำงาน หรือล้นไปถึงวันหยุดด้วย


